8 วิธียกเครื่องระบบเผาผลาญใหม่ให้ได้ผลยั่งยืน

Published on

เราออกกำลังกายก็เพื่อทำให้ระบบการเผาผลาญของร่างกายดีขึ้น ซึ่งข้อดีของมันคือการเผาผลาญไขมันส่วนเกินก็จะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเอง คำแนะนำวิธีเพิ่มเมตาโบลิซึมให้กับร่างกายอย่างง่ายๆ ตามมาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง

metabolism_boost06
1. เล่นเวทสร้างกล้ามเนื้อ
“กล้ามเนื้อเยอะขึ้น = เผาผลาญเยอะขึ้น” แม้จะทราบดีว่าการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ จะช่วยทำให้อัตราการเผาผลาญของร่างกายดีขึ้นก็จริง แต่การมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง ก็เหมือนพื้นฐานของการเล่นได้ยาวนาน ฉนั้นก่อนเราจะพัฒนาการเล่นแบบ คาร์ดิโอ เราต้องมั่นใจว่ากล้ามเนื้อเราแข็งแรง ด้วยการเริ่มเล่นเวทไปด้วย เพราะกล้ามเนื้อที่สร้างขึ้นคือเนื้อเยื่อที่ถูกกระตุ้น และการเล่นเวทสร้างกล้ามเนื้อจะช่วยทำให้ระบบการเผาผลาญพลังงานในร่างกายของเราดีขึ้นด้วยค่ะ แต่เคล็ดลับก็คือ ทุกครั้งที่มีการบริหารสร้างกล้ามเนื้อด้วยการเล่นเวท อย่าลืมจัดสรรการรับประทานอาหารให้สมดุลย์ เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานเพียงพอต่อการใช้งานในแต่ละวัน

metabolism_boost05
2. อินเทอวัล เทรนนิ่ง
นอกจากนั้นการเล่นเวท ยังเป็นกิจกรรมที่ท้าทายให้เราไต่ระดับน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และถ้าหากเล่นเวทจนอยู่ตัวแล้ว แนะนำให้เริ่มต้นออกกำลังกายแบบ แบบ อินเทอวัล เทรนนิ่ง หรือคาร์ดิโอ ที่เรารู้จักกัน ครั้งละ 20-25 นาที หรือ ลอง T25 ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งสายพาน ใช้เครื่องไต่เขา หรือกระโดดเชือก โดยการออกกำลังกายลักษณะนี้จะใช้เวลาไม่นาน แต่เพิ่มความเร็ว และความหนักมากกว่าการออกกำลังกายแบบปกติเป็นเท่าตัว ซึ่งข้อดีของมันนอกจากจะเป็นการบริหารกล้ามเนื้อหัวใจแล้ว ยังช่วยพัฒนากล้ามเนื้อ ทำให้รูปรางดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และอย่าลืมค่ะว่า หลังจากจบเซ็ต อินเทอวัล เทรนนิ่งแล้ว ต้องใช้เวลา Cool down เพื่อปรับสภาพร่างกายก่อนจะทำกิจกรรมอื่นๆ ต่อไปด้วยค่ะ

metabolism_boost03
3. ทานโปรตีนรักษาสมดุล
การเพิ่มกระบวนการเมตาบอลิซึมให้ร่างกายด้วยการออกกำลังกาย และสร้างกล้ามเนื้อจำเป็นต้องทำไปพร้อมกับการตรวจสอบปริมาณโปรตีนที่เรารับประทานเข้าไปด้วยค่ะ เพราะกล้ามเนื้อที่มาแทนที่ไขมัน จะต้องมาจากโปรตีนที่พอดี หากร่างกายได้โปรตีนไม่เพียงพอต่อการออกกำลังกย ก็จะส่งผลเป็นลูกโซ่ ให้สร้างกล้ามเนื้อได้ช้า เรี่ยวแรงน้อย และ เผาผลาญได้น้อยลงไปอีก ดังนั้น อย่าลืมเติมปัจจัยหลักกับสิ่งที่จะสร้างประสิทธิเตาเผาร่างกายให้พอเพียงด้วยนะคะ คิดง่ายๆ ให้เราทานโปรตีนไม่น้อยกว่า 10-15% ของน้ำหนักตัวในแต่ละวัน เช่นหนัก 50 โล ก็ควรจะได้โปรตีนไม่น้อยกว่า 50 – 75 กรัม ในแต่ละวัน

metabolism_boost07
4. กาแฟดำ และ ชาเขียว เครื่องดื่มช่วยผลาญพลังงาน
หากคุณเริ่มต้นเช้าวันใหม่ ด้วยชาเขียว หรือกาแฟดำสักแก้ว เราขอบอกว่า คุณมาถูกทางแล้วค่ะ เพราะคาเฟอีนในชา และกาแฟ ไม่ได้เพียงแต่จะทำให้คุณหายจากอาการง่วงเหงาหาวนอนในเวลาเช้าเท่านั้น แต่มันยังช่วยกระตุ้นการเผาผลาญสารอาหารให้กับวันใหม่ของคุณได้เป็นอย่างดีด้วย นอกจากนั้น สารคาเทชิน ที่มีอยู่ในชาเขียว ยังเป็นเคมีพิเศษที่นักโภชนาการทดสอบแล้ว พบว่า ในคนที่ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 วันและรับประทานชาเขียว อัตราการเผาผลาญพลังงานของพวกเขาจะไปได้ไกลกว่ากลุ่มทดสอบที่ไม่ดื่มอีกด้วย และกาแฟดำ จะมีสาน L-Carnetine ที่ช่วยกระตุ้นร่างกาย ให้อึดระหว่างออกกำลังกาย และ เผาผลาญพลังงานได้ดีอย่างต่อเนื่อง

water
5. น้ำเปล่าธรรมดา คือยาวิเศษ
วันหนึ่งเราควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หรือจะเก็บขวดน้ำเอาไว้ข้างตัวเลยได้จะยิ่งดีมากๆ เพราะน้ำจะทำให้ระบบในร่างกายทำงานได้คล่อง และเผาผลาญต่อเนื่องตลอดวัน วิธีที่ดีที่สุดคือ ดื่มทีละนิด และ บ่อยๆตลอดวัน เช่นจิบครึ่งแก้ว ทุกๆครึ่งชั่วโมง

metabolism_boost02
6. บอกลาสูตรอดอาหาร
ไม่ว่าจะเป็นสูตร 3 วัน 5 วัน อดข้าวเย็น งดของทอด อะไรก็ตาม ถ้าหากคุณก้าวเข้ามาในระบบการดูแลอาหาร และเพิ่มกระบวนการเผาผลาญแล้ว ตำราไดเอททั้งหมดคงจะต้องพับไปก่อน เพราะการออกกำลังกาย และการจัดระบบการใช้ชีวิตทั้งหมดข้างต้น จำเป็นต้องใช้ “พลังงาน” ที่เพียงพอ ดังนั้นแทนที่จะ “ลด” หรือ “อด” แนะนำให้คุณจัดตารางการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และทานให้ครบ 3 มื้อ เพื่อรักษาสมดุลย์ของร่างกาย ให้ร่างกายเคยชินกับการ รับเข้า และเผาผลาญจนเป็นนิสัย

metabolism_boost04
7. เครียดให้น้อย
ลด “ความเครียด” เพราะร่างกายของเราผลิตฮอร์โมน คอร์ติซอล ที่จะมีผลต่อร่างกายในการกักเก็บไขมัน หากเกิดความเครียดสะสมเข้ามากๆ การสะสมไขมันก็จะมากขึ้นตามไปด้วย ดังนั้น การรักษาปริมาณความเครียดแต่พอเหมาะพอดี นอกจากสภาพจิตใจของเราจะดีแล้ว ในระยะยาว ร่างกายของเราก็จะดีไปตามด้วย ลองมองหากิจกรรมคลายเครียด อย่างเช่น การนั่งสมาธิ ทำงานฝีมือ อ่านหนังสือ หรือแม้กระทั่งนั่งจิบชาเบาๆ ในตอนบ่ายวันหยุด แค่นี้ความสุข ก็จะมาพร้อมกับความเพรียว ได้ไม่ยากเลยล่ะค่ะ

metabolism_boost01
8. นอนให้พอ
การนอนคือการฟื้นฟูร่างกาย และจิตใจที่ดีที่สุด ร่างกายเรามีกลไกลมหัศจรรย์ที่สามารถรักษาตัวเองได้เป็นอย่างดี ดังนั้นอย่าละเลยการนอนเด็ดขาด ควรนอนไม่ต่ำกว่าคืนละ 8-10 ชั่วโมง หากคุณตื่นมาแล้วลองสังเกตดูว่า เรารู้สึกสดชื่นพอไหม หรือ ยังเหนื่อยสะสมอ่อนล้า ก็อาจจะต้องชดเชยให้เหมาะสม เพราะการได้พักผ่อนเพียงพอ หมายถึงสภาพร่างกายที่เต็มที่ พร้อมที่จะ Workout และ ทำกิจกรรมได้มากขึ้นตลอดวัน และนั่นคือการกระตุ้น metabolism หรือ ระบบการเผาผลาญของเราอย่างเป็นธรรมชาติ

อ้างอิง :  bodybuilding.com

banner-diet-noodle